วันนี้ (25 ต.ค. 62) เวลาประมาณ 10.00 น. ณ วัดมหัตตมังคลาราม หรือที่ชาวหาดใหญ่รู้จักในชื่อ “วัดหาดใหญ่ใน” นายบัญญัติ สุวรรณแว่นทอง หรือ “หนังน้องเดียว” หนังตะลุงชื่อดังที่มีฐานแฟนคลับอยู่ทั่วทั้งภาคใต้ ได้เดินทางมาพบกับคณะพระผู้ใหญ่ นำโดย พระครูสุวัฒนาภรณ์ (อาจารย์ภัตร อริโย) เจ้าอาวาสวัดนาทวี พระครูบัณฑิตธรรมาลังการ เจ้าคณะอำเภอสะเดา และพระครูปลัดพลกฤต กลฺยาณธมฺโม เจ้าคณะตำบลหาดใหญ่เขต 1 โดยท่านทั้งสามรูปได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนในการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่าง “หนังน้องเดียว” กับกรณีด่าทอพระสงฆ์ในจังหวัดสงขลา พร้อมใช้วาจาหยาบคายจาบจ้วงจนเกิดเป็นข่าว

ซึ่งบรรยากาศในช่วงของการขอขมานั้นได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลายแขนง ชาวบ้าน แฟนคลับในพื้นที่ก็เข้ามาร่วมเป็นสักขพยาน และได้รับการดูแลความเรียบร้อยจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ซึ่งในครั้งนี้ “น้องเดียว” ได้มาพร้อมกับคณะผู้ใหญ่ของตน พร้อมกับพวงมาลัยเพื่อมากราบขอขมาต่อคณะสงฆ์และเจ้าอาวาสวัดเนินพิจิตร พระครูโสตถิธาดา (สวัสดิ์ โชติโย) เพื่อยุติข้อขัดแย้งและขอความเห็นใจจากสังคมให้อภัยและให้โอกาส พร้อมประกาศชัดว่าจะไม่มีการพูดจาหยาบคาย ใช้วาจาจาบจ้วงหรือว่ากล่าวพระสงฆ์ในทางเสียหายอีกต่อไป และร้องขอ! ให้สังคมหยุดวิพากษ์วิจารณ์กรณีดราม่านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

คณะสงฆ์ที่มาร่วมกันแถลงข่าวในวันนี้ทุกท่านก็กล่าวในทำนองเดียวกันคือ “ทุกท่านพร้อม เมตตา-อภัย-ให้โอกาส น้องเดียว ซึ่งรู้ดีว่าทุกคนย่อมเกิดความผิดพลาดกันได้เพียงเพราะอารมณ์โมโห แต่เมื่อกลับตัวกลับใจได้ สำนึกผิดและมาขอขมา พระสงฆ์ทุกท่านและประชาชนทุกคน ก็พร้อมให้โอกาสน้องเดียวอีกครั้ง เนื่องจากน้องเดียวเป็นศิลปินที่มากด้วยพรสวรรค์และความสามารถ การกระทำผิดพลาดย่อมเป็นวิสัยของมนุษย์ที่สามารถให้อภัยกันได้”

ด้าน นายบัญญัติ สุวรรณแว่นทอง หรือ “หนังน้องเดียว” ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า “ตนสำนึกผิดและรู้สึกเสียใจ พร้อมยอมรับว่าตนได้พูดจาจาบจ้วงพระสงฆ์ในทางเสียหายจริง ทั้งใช้วาจาหยาบคาย ไม่สุภาพ ตนสำนึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโอกาสจากสังคมให้ยุติการวิพากษ์วิจารณ์ปมดราม่าที่เกิดขึ้นทั้งหมด และหลังจากนี้ไปตนจะไม่พูดว่าร้าย หรือด่าทอพระสงฆ์ที่เกิดเป็นข้อพิพาทกันในทางเสียหายอีก และจะตั้งมั่นทำความดี แสดงหนังตะลุงให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวใต้ได้ดูต่อไป”

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง