ครม.มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง ระยะที่ 1 วงเงินทั้งสิ้น 24,278,626,534 บาท

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติประชุมครั้งที่ 1/2562  มีมติในเรื่อง “โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1” ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญต่าง ๆ ดังนี้

โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1

1. เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 วงเงิน รวมทั้งสิ้น 24,278,626,534 บาท โดยกรอบวงเงิน 24,043,906,318 บาท ให้ใช้เงินทุนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่ายแทนรัฐบาลไปก่อน จำนวน 23,472,021,541 บาท และให้ ธ.ก.ส. เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 และปีถัด ๆ ไป ตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป เพื่อชำระคืนต้นเงินและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการโอนเงิน จำนวน 8,556,260 บาท และชดเชยต้นทุนเงินในอัตราเงินฝากประจำ 12 เดือน ของ ธ.ก.ส. บวก 1 ปัจจุบัน เท่ากับ ร้อยละ 2.40 จำนวน 563,328,517 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี ปีละ 5,500,000,000 บาท ยกเว้นปีที่ 5 จ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมด และเห็นชอบค่าบริหารจัดการโครงการ ไม่เกินร้อยละ 1 ของวงเงินประกันรายได้ จำนวน 234,720,216 บาท โดยให้การยางแห่งประเทศไทยเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป

2. เห็นชอบในหลักการ ของหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของโครงการ ได้แก่

2.1 ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง (เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ และคนกรีดยาง) โดยประกันรายได้จากการจำหน่ายยางพาราแต่ละชนิด ได้แก่ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี, น้ำยางสด และยางก้อนถ้วยให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย และเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว รายละไม่เกิน 25 ไร่

2.2 กำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้ (ยางแห้ง) 240 กิโลกรัม/ไร่/ปี หรือ 20 กก./ไร่/เดือน

2.3 กำหนดระยะเวลาประกันรายได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน (เดือนตุลาคม 2562 – เดือนมีนาคม 2563)

2.4 กำหนดราคายางที่ใช้ประกันรายได้ ดังนี้

– ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กิโลกรัม

– น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาท/กิโลกรัม

– ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาท/กิโลกรัม

2.5 แบ่งสัดส่วนรายได้เจ้าของสวนร้อยละ 60 และคนกรีดร้อยละ 40 ของรายได้ทั้งหมด

3. เห็นชอบระยะเวลาดำเนินการ ตุลาคม 2562 – กันยายน 2563 (ประกันรายได้เดือนตุลาคม 2562 – มีนาคม 2563)

4. ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ จากเดิมกำหนดให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย ก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2562 เปลี่ยนเป็น เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย ก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2562 และเปิดโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนยางแจ้งขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ การยางแห่งประเทศไทยกำหนด

5. ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงช่วงเวลาการจ่ายเงิน จากเดิม การจ่ายเงิน 2 เดือน 1 ครั้ง โดยให้ ธ.ก.ส. เป็นผู้ดำเนินการโอนเข้าบัญชีเกษตรกรชาวสวนยาง โดยกำหนดจ่ายเงินเดือนธันวาคม กุมภาพันธ์ และเมษายน เปลี่ยนเป็น เริ่มจ่ายเงินงวดแรกระหว่างวันที่ 1 – 15 พฤศจิกายน 2562 งวดที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 –15 มกราคม 2563 และงวดที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 – 15 มีนาคม 2563 โดยให้ ธ.ก.ส. เป็นผู้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรชาวสวนยาง และมอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย ปรับปรุงช่วงเวลาการจ่ายเงินและวิธีการคำนวณราคากลางอ้างอิงการขายในโครงการฯ ต่อไป

6. มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการชุดต่าง ๆ ตามที่การยางแห่งประเทศไทยเสนอ และจัดทำรายละเอียดโครงการฯ ที่ได้ปรับปรุงตามมติการประชุม รวมทั้งดำเนินการตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

ซึ่งจากข้อมูลของสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย(สคยท.) พบว่า กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางที่มีเอกสารสิทธิ์(บัตรสีเขียว) มีจำนวน 1.1 ล้านราย เกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์(บัตรสีชมพู) มีจำนวน 300,000 ราย และกลุ่มคนกรีดยางประมาณ มีจำนวน 300,000 ราย รวมเกษตรกรชาวสวนยางทั้งหมด 1.7 ล้านราย ในสวนยางที่เปิดกรีดแล้ว 17 ล้านไร่ 

ขอบคุณข้อมูล: เพจเฟซบุ๊ค คุณสุนทร รักษ์รงค์ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.)

ขอบคุณภาพจาก: thairath, โพสต์ทูเดย์