เกษตรเขต 5 ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ การช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรการของภาครัฐ

นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรตามมาตรการของรัฐบาล ปี พ.ศ.2562 จำนวน 3 โครงการ ดังนี้
1. โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ (ไม่เกิน 10,000 บาท ต่อครัวเรือน) ในส่วนของภาคใต้ เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 – 30 เมษายน 2563
2. โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี ปีเพาะปลูก 2562/63 รอบที่ 1 ราคาและปริมาณประกันรายได้ กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2562/63 ณ ราคาความชื้นไม่เกิน 15% ไม่เกินครัวเรือนละ 40 ไร่ โดยชดเชยเป็นจำนวนตัน ในแต่ละชนิดข้าว ดังนี้
ชนิดข้าว ราคาประกันรายได้ (บาท/ตัน) ครัวเรือนละไม่เกิน (ตัน)
ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 14
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 16
ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 30
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 25
ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 16
กรณีเกษตรกรเพาะปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด ใช้สิทธิ์ได้ไม่เกินจำนวนขั้นสูงของข้าวแต่ละชนิดและเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงของชนิดข้าวที่กำหนดไว้สูงสุด ในส่วนข้าวอายุสั้น (คุณภาพต่ำ) ที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ จำนวน 18 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ 75 พันธุ์ซี – 75 พันธุ์ราชินี พันธุ์พวงทอง พันธุ์พวงเงิน พันธุ์พวงเงินพวงทอง พันธุ์พวงแก้ว พันธุ์ขาวปทุม พันธุ์สามพราน 1 พันธุ์ 039 (อีกชื่อหนึ่งว่าพันธุ์เจ้าพระยา และพันธุ์ PSLC02001 – 240) พันธุ์โพธิ์ทอง พันธุ์ขาวคลองหลวง พันธุ์มาเลเซีย พันธุ์เตี้ยมาเล พันธุ์ขาวมาเล พันธุ์มาเลแดง พันธุ์เบตง และพันธุ์อีเล็ป รวมทั้งสายพันธุ์อื่นซึ่งพบว่ามีคุณลักษณะเช่นเดียวกับข้าวอายุสั้นที่ระบุนี้ ในส่วนของภาคใต้เกษตรกรขึ้นทะเบียนระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2562- 28 กุมภาพันธ์ 2563
3. โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2562-2563 ช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ (ปาล์มน้ำมันอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี) ประกันรายได้ผลปาล์มทั้งทะลาย (คุณภาพน้ำมัน 18 %) ที่กิโลกรัมละ 4 บาท โดยใช้ปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 2,906 กิโลกรัม/ไร่/ปี (ข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ของ สศก.ใช้เท่ากันทุกจังหวัด) เริ่มโครงการ สิงหาคม 2562 – 30 กันยายน 2563
นายสุพิท จิตรภักดี ขอเน้นย้ำว่าเกษตรกรที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้นั้น ต้องมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน ต้องแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรทุกครั้งเมื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ หากไม่ได้ปรับปรุงสถานภาพติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี จะสิ้นสถานภาพการเป็นเกษตรกรและจะถูกยกเลิกครั้งแรกในวันที่ 23 มิถุนายน 2563 นี้ แต่หากเกษตรกรยังดำเนินกิจกรรมการเกษตรอยู่ก็สามารถมาแจ้งขึ้นขึ้นทะเบียนใหม่ได้ภายหลัง และขณะนี้ได้กำชับ สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์ในการรับขึ้นและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรแล้ว โดยเกษตรกรสามารถ มาขอขึ้นทะเบียนและปรับปรุงได้ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลง หรือปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรบนแอพพลิเคชั่น DOAE Farmbook ทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้เกษตรกรสามารถแจ้งปรับปรุงข้อมูลในทะเบียนได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน หากมีปัญหาและข้อสงสัยในการเข้าร่วมโครงการต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน