รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วาง 6 มาตรการเสริมรองรับเสถียรภาพราคาปาล์ม หวังสร้างสมดุลในประเทศ 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการประชุมชี้แจงมาตรการประกันรายได้ ตามโครงการสร้างการรับรู้การประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันให้แก่เกษตรกรใน 9 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดพังงา ชุมพร สุราษฎร์ธาณี นครศรีธรรมราช กระบี่สงขลา สตูล ตรัง และจังหวัดระนอง ณ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา โดยระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรแล้ว 2 รายการ ได้แก่ ข้าวและปาล์มน้ำมัน โดยจะเริ่มจ่ายเงินส่วนต่างงวดแรกเข้าบัญชีเกษตรได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยจะมีการจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่มีสิทธิ์ทุก 45 วันรวม 8 ครั้ง

นอกจากนี้ ได้ออก 6 มาตรการเสริม เพื่อรองรับเสถียรภาพราคาปาล์ม ได้แก่ การประกาศมาตรการบังคับใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 แทนน้ำมันไบโอดีเซลบี 7 ทั่วประเทศ เริ่ม 1 มกราคม 2563 ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างสมดุลความต้องการระหว่างผลผลิตและปริมาณความต้องการที่เหมาะสม  ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟฝ.) นำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า คุมเข้มการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ  เร่งรัดการส่งออก การติดตั้งมิดเตอร์ที่สต๊อกถังน้ำมันและการออกพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมัน

ส่วนการประกันรายได้ยางพารา จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิจารณาในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ สำหรับโครงการประกันรายได้ยางพารา จะประกันยางแผ่น 60 บาทต่อกิโลกรัม ,น้ำยาง 57 บาทต่อกิโลกรัม ,ยางก้นถ้วย 23 บาทต่อกิโลกรัม ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ ทั้งนี้ เมื่อเสนอ กนย.พิจารณาแล้วคาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

ที่มาข้อมูล : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์