“คำถามที่เจอบ่อยเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันในจังหวัดสงขลาและภาคใต้ตอนล่าง”

1.คำถาม : ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและภาคใต้ตอนล่าง เพิ่งประสบกับปัญหาหมอกควันหรือเป็นมานานแล้ว ?
คำตอบ: ที่จริงปัญหานี้มีมานานแล้วพบเจอทุกปี โดยเฉพาะช่วงก่อนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-กันยายน) แต่ละปี ความรุนแรงก็จะแตกต่างกัน

2. คำถาม: แล้วหมอกควันมาจากไหน ? มีสาเหตุมาจากอะไร ?
คำตอบ: หมอกควันข้ามแดนมาจากประเทศอินโดนีเซีย (เกาะสุมาตรา) ที่เกิดจากไฟไหม้ป่า และ/หรือการเผาพื้นที่ไร่หมุนเวียนเพื่อเตรียมเพาะปลูก

3. คำถาม: มาไกลจากอินโดนีเซีย ? ฝุ่นควันมาได้ไกลขนาดนี้เลยหรือ ?
คำตอบ: ใช่ครับ! มาได้ไกลกว่าที่คิด ลอยมาบนชั้นบรรยากาศ ตามกระแสลมที่พัดผ่านมา

4. คำถาม: ประเทศอื่น เจอปัญหาหมอกควันบ้างไหม ?
คำตอบ: มีทั่วโลก! บางที่ต้นตอของปัญหาไม่ได้เกิดภายในประเทศ แต่เจอข้ามแดนมาจากประเทศอื่นเหมือนกัน สำหรับเที่ยวนี้ประเทศที่เจอปัญหา ก็มีทั้งอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย

5. คำถาม: คำว่า PM 2.5 คืออะไร ? เห็นตามสื่อบ่อยมากเวลาเกิดปัญหาหมอกควัน
คำตอบ: ฝุ่นละอองที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าหรือเท่ากับ 2.5 ไมโครเมตร (μm) ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จริง ๆ ไม่ได้เกิดมาจากเฉพาะการเผาป่าเท่านั้น แต่มาจากการคมนาคมขนส่ง (การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์) การผลิตไฟฟ้า การผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม

6. คำถาม: แต่ละปีปัญหาความรุนแรงของ PM 2.5 แตกต่างกัน มีปัจจัยอะไรบ้าง
คำตอบ: หลัก ๆ ก็จะเป็นทิศทางลม จำนวนจุด Hotspot ปริมาณน้ำฝน ฯลฯ

7. คำถาม: PM 2.5 นอกจากทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจแล้ว มีรุนแรงกว่านี้ไหม ?
คำตอบ: ฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน รวมทั้งสารก่อมะเร็งและสารก่อการกลายพันธุ์ และ PM 2.5 สามารถเล็ดลอดผ่านขนจมูกเข้าสู่ปอดชั้นในได้

8. คำถาม: มีหลายเว็บไซต์ หลายเพจที่นำเสนอเรื่องนี้ รวมทั้งการรายงานผล PM 2.5 เราจะเชื่อตัวเลขของใครดี ?
คำตอบ: จริง ๆ จะตามเพจไหน หรือ Application ไหนก็ได้ ที่มีการ Update ข้อมูลอยู่ตลดเวลา และมีสถานีตรวจวัด PM 2.5 หลายสถานี ครอบคลุมกระจายทั่วพื้นที่ ถ้าเป็นของกรมควบคุมมลพิษ ก็จะมี www.air4thai.pcd.go.th, www.aqnis.pcd.go.th, www.aqmthai.com, Application “Air4Thai” หรือจากเว็บ www.aqicn.org/city/bangkok

9. คำถาม: ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ? มีไหม ?
คำตอบ: ถ้าใน Facebook ก็จะเป็น “รายงานสถานการณ์หมอกควันในภาคใต้” เป็นของสถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ โดยทางสถานวิจัยจะมี Platform ในเว็บไซต์ “airsouth.things.in.th” สามารถเข้าไปดูได้ด้วยตนเองแบบ Real-time

10. คำถาม: มาตรฐาน PM 2.5 ?
คำตอบ: แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ของไทยเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเฉลี่ยทั้งปี อยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

11. คำถาม: หน้ากากอนามัยทำไมแพงจัง ?
คำตอบ: ใช่! โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยมาตรฐาน N95 เท่านั้นที่สามารถป้องกัน PM 2.5 ได้

12. คำถาม: ถ้าขอใช้แบบราคาถูก ๆ เขียว ๆ ที่แจกฟรีได้ไหม ?
คำตอบ: ไม่แนะนำ เพราะเอาไว้ใช้ป้องกันฝุ่นขนาดใหญ่กว่า 3 ไมครอน แต่ PM 2.5 เล็กกว่า 3 ไมครอน เพราะฉะนั้นมีโอกาสสูงที่ PM 2.5 จะทะลุผ่านหน้ากากอนามัยแบบทั่วไปได้ แต่ถ้าแบบ N95 ขาดตลาด ก็ลองใช้ชั่วคราวไปก่อนก็ได้ และควรทดสอบ Fit test ในการใช้หน้ากากอนามัยก่อนทุกครั้ง ป้องกันการรั่วไหลของอากาศจากทางด้านขอบของหน้ากาก
13. คำถาม: แล้วจะทำอย่างไร ? ถ้าไม่มี N95
คำตอบ: พยายามหลีกเลี่ยงการออกนอกตัวอาคาร/บ้าน

14. คำถาม: ในฐานะคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัย อยากรู้ว่าเราต้องประสบปัญหาแบบนี้ทุกปีหรือไม่ ? ตลอดทั้งเดือนหรือมากกว่า ? หน่วยงานต่าง ๆ จะช่วยประชาชนอย่างไรได้บ้าง หรือจะให้เราอยู่แต่ในบ้าน ไม่ต้องออกไปไหน และถ้าจะออกก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอาเอง
คำตอบ: ครับ! ในส่วนของคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตอนนี้คงทำได้เพียงสื่อสาร/อธิบาย/แนะนำ ให้ประชาชนพื้นที่เข้าใจปัญหาที่แท้จริง คำแนะนำต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าในส่วนของภาคใต้ปัญหาหลักไม่ได้เกิดในประเทศ เพราะฉะนั้นคงจะต้องเป็นหน่วยงานของรัฐระหว่างประเทศ (อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย) มานั่งตกลงคุยกัน (แต่จริง ๆ ก็เคยคุยกันหลายครั้งแล้ว) ตอนนี้ก็ป้องกันตนเองไปก่อน รอให้ฝนตกหรือทิศทางลมเปลี่ยน

15. คำถาม: มีข้อเสนอแนะอื่น ๆ ไหม?
คำตอบ: ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอยู่เสมอ กลุ่มเสี่ยงจัดเตรียมยาหรืออุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม งดทำกิจกรรมนอกสถานที่ สวมหน้ากากอนามัย N95 (ถ้าต้องทำกิจกรรมนอกอาคาร) และควรจะพบแพทย์ทันทีถ้ามีอาการผิดปกติ

…………………………………………………………………
โดย ดร.คัมภีร์ พ่วงทอง รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์