ชีวิตคนเราเหมือนโรงเรียนโรงใหญ่ ที่มีเรื่องราวให้เราเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด สำคัญที่ต้องเรียนรู้ในเรื่องดี ๆ คำว่าเรียนในภาษาอังกฤษคือคำว่า “Learn” กับ “Study” ทั้ง 2 คำนี้แปลว่า “เรียน” อย่างที่เรารู้ ๆ กัน และคุณครูก็ให้เราท่องคำศัพท์สองคำนี้ คู่กันมา แต่เคยสงสัยและรู้หรือเปล่าว่า การใช้งานทั้ง 2 คำนี้ มีความแตกต่างกันอยู่อย่างไร

Learn คือ เรียนรู้ในเรื่องทั่วๆไป เรียนแบบศึกษา เข้าใจ เรียนรู้ เพื่อให้ได้ความรู้ ไม่ต้องเรียนอย่างจริงจัง แต่ไม่เกี่ยวกับการจำเพื่อไปสอบ

Study คือ เรียนอย่างจริงจัง เรียนแบบในโรงเรียน ท่องจำ ไปเรียน เพื่อไปใช้สอบอะไรอย่างนั้น

ตัวอย่างประโยคนะคะ

I learn a new language by talking to people or reading books.

ฉันเรียนภาษาใหม่ๆ โดยการคุยกับผู้คนและอ่านหนังสือ? (การเรียนภาษาแบบนี้ คือ เรียนแบบไม่ต้องไปใช้สอบ เลยใช้คำว่า learn)

He is studying biology at university.

เขากำลังศึกษาวิชาชีววิทยาที่มหาวิทยาลัย? (การเรียนวิชา เพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียน ต้องใช้คำว่า study)

I went to Australia to study English.

ฉันไปออสเตรเลียมาเพื่อไปเรียนภาษา

I learn English through movies.

ฉันได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเยอะเลยจากการดูหนัง

I have studied English since kindergarten.

ฉันเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล

I studied a lot but I felt like I didn’t learn anything.

ฉันเรียนมาเยอะแยะมากมาย(ท่องได้ จำได้) แต่รู้สึกว่าไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเลย

I studied but I did not learn anything.

ฉันก็ไปเรียนนะ แต่ไม่ได้เรียนรู้หรือเข้าใจอะไรเลย

ฉะนั้น การที่เราพูดว่า

I study English. กับ I learn English. ก็เลยไม่เหมือนกัน

I study English.  คือให้อารมณ์ว่าเรียนแบบไปเข้าเรียน จองคลาสไปเรียน

I learn English. นี่จะเป็นแนวเรียนเอง อ่านเอง เข้าใจ ซะมากกว่า

No one is too old to learn.”

ไม่มีใครแก่เกินเรียน