ท่ามกลางสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน สังคมแห่งการแข่งขัน การยื้อแย่ง  เกิดเหตุการณ์เลวร้ายในสังคมมากมายที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะสังคมความรุนแรงเกิดขึ้นและจะส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาสังคมตามมา ในสถานการณ์แบบนี้จะมีกี่ชีวิตที่จะโหยหาการแบ่งปัน การให้ความรัก  การทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นและสังคม” แต่หนึ่งในชีวิตบุคคลประเภทนี้ คือลุงบันเทิงชาว จ.สงขลา ผู้เปลื้องชีวิตตนเองเพื่อทดแทนคุณแผ่นดินมาเป็นระยะเวลายาวนาน”

ลุงบันเทิง สุวรรณมณี ชาว จ.สงขลา อายุ 72 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ลุงมหาเป็นชื่อที่มาจากการบวชเป็นพระเพื่อพระพุทธศาสนาในวัยหนุ่มของลุง ชาวบ้านจึงเรียกลุงติดปากว่าลุงมหา เมื่อลุงบันเทิงสึกจากพระ

ในปี 2525 ลุงเป็นผู้ก่อตั้ง ร.ร.แสงทองวิทยาธรรม ร.ร.ปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา วัดหัวป้อมใน ปี 2542 ผู้ก่อตั้งโรงเรียนมัชฌิมาวิสุทธิเทพวิทยา ร.ร.ปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร

ต่อมาปี 2544 เป็นผู้ดำเนินรายการขอขยายมหาวิทยาลัย มหามกุฎราชวิทยาลัย ศูนย์การศึกษาสงขลา และผู้ดำเนินรายการขอขยายมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ศูนย์การศึกษาสงขลา

 

กระทั่งปี 2550 ผู้ดำเนินรายการจัดตั้ง ร.ร.มงคลวิทย์ ร.ร.การกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา และในระหว่างนั้น รวมถึงหลัง ปี 2550 ลุงบันเทิง ได้ปลดเปลื้องชีวิต ที่มีคุณค่าสร้างคุณประโยชน์มากมายอยู่แล้วให้แก่สังคม  แล้วผันตนเองมาเป็นจิตอาสาทำงานทุกประเภท ที่สามารถจะทำได้ให้แก่สังคม ไม่ว่าจะเป็นโฆษกในงานพิธี งานรื่นเริง และเกือบทุก ๆ งาน ที่  จ.สงขลาจัดขึ้น โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

ภายในงานลุงบันเทิงไม่เพียงเป็นโฆษก แต่จะคอยให้ความสะดวกแก่ผู้ที่มาในงานต่าง ๆ ด้วย และทุกครั้ง เมื่อจบงานแต่ละครั้ง ลุงจะคอยรักษาความสะอาด เก็บขยะตามงานต่าง ๆ เป็นประจำ นอกจากนั้น การเก็บขยะ ตัดต้นไม้ บริเวณที่เป็นสาธารณะลุงก็ทำหมด เป็นวิทยากรให้ความรู้กับหน่วยงาน และสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงเรียน เรือนจำ และสถานที่ต่าง ๆ อีกมากมาย นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ลุงบันเทิงนั้นทำเพื่อสังคมมาอย่างยาวนาน กว่า 10 ปี!

ลุงบันเทิง เล่าว่า “ลุงมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตเป็นจิตอาสาของลุง ลุงจะใช้ชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินจนชีวิตลุงจะสิ้นลม”

“เพราะเวลาที่มันผ่านไป ทำให้ชีวิตเรานั้นสั้นลง ชีวิตเราจึงเหลือน้อยลง เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะทำความดีก็มีน้อยลง อะไรที่เราทำได้เราจะต้องรีบทำให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และบ้านเมืองให้มากที่สุด” และค่าจ้างของการทำความดีของลุง ก็คือ “ความสุข” ที่ลุงได้รับ ซึ่งไม่อาจเทียบเท่ากับสิ่งใดเลยในโลกนี้

การลดความเสี่ยงปัญหาสังคมมากมายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของรัฐฯเท่านั้น สำคัญที่สุดคือสองมือและ 1 หัวใจของเราพลเมืองไทยทุกคน ที่จะต้องลุกขึ้นมามอบความรัก แบ่งปันช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่เราทำได้อย่างเต็มศักยภาพให้มากที่สุด

เช่นเดียวกับบุคคลอันเป็นตัวอย่างของประเทศชาติที่ควรยกย่อง และเชิดชูส่งเสริมในความดีที่ไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ นอกจากความสุข

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง