กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โมร็อกโก ให้การรับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรโมร็อกโก ขณะสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการแลกเปลี่ยนและสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 62 – กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โมร็อกโก ให้การรับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรโมร็อกโก​ ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ AIPA ครั้งที่ 40 ขณะสองประเทศเห็นควรให้มีการแลกเปลี่ยนและสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว มุ่งสัมฤทธิ์ผลทางเศรษฐกิจ ผ่านช่องทางรัฐสภา

พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โมร็อกโก และคณะกรรมการบริหารกลุ่มมิตรภาพ ให้การรับรอง นายฮาบีบ อัลมัลกีย์ (H.E. Mr. Habib El MALKI) ประธานสภาผู้แทนราษฎรราชอาณาจักรโมร็อกโก และคณะ ณ ห้อง Meeting Room B โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพมหานคร ในโอกาสที่ราชอาณาจักรโมร็อกโก เป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ในการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ครั้งที่ 40 ที่รัฐสภาไทยเป็นเจ้าภาพ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 30 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพมหานคร

พลเอก สุรเชษฐ์ กล่าวต้อนรับประธานสภาผู้แทนราษฎรโมร็อกโกและคณะ พร้อมระบุถึงความเป็นมาของการจัดตั้งกลุ่มมิตรชุดปัจจุบัน ที่มี ส.ส.สมัครเป็นสมาชิก 9 คน ส.ว. 25 คน รวมจำนวนสมาชิกกลุ่มมิตรภาพฯไทย-โมร็อกโกจำนวน 34 คน และมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่มมิตรภาพฯ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ทั้งนี้ รัฐสภาไทย เริ่มจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-โมร็อกโก ตั้งแต่ปี 2540 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีระหว่างสมาชิกรัฐสภาไทยและสมาชิกรัฐสภาโมร็อกโก โดยมีกิจกรรมระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรราชอาณาจักรโมร็อกโก กล่าวว่า รัฐสภาโมร็อกโก จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพโมร็อกโก-ไทย เช่นเดียวกับรัฐสภาไทย ซึ่งนับเป็นช่องทางความร่วมมือทางการทูตด้านรัฐสภาของสองประเทศ ขณะเดียวกันพร้อมดำเนินกิจกรรมกับกลุ่มมิตรภาพกับรัฐสภาคู่กลุ่ม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ นอกจากนี้ ไทยและโมร็อกโก มีการพัฒนาความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และศาสนา รวมถึงความร่วมมือด้านการศึกษา ที่มีนักเรียนไทยมุสลิมได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลโมร็อกโกเพื่อศึกษาด้านกฎหมายอิสลาม ศาสนา และภาษาอาหรับในประเทศโมร็อกโก อย่างไรตาม ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าควรสนับสนุนความร่วมมือนี้ต่อไป

ทั้งนี้ สองฝ่ายเห็นพ้องว่าทั้งสองประเทศ มีความเหมือนกัน ในด้านการท่องเที่ยว และการเกษตร จึงพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนและสนับสนุนองค์ความรู้ระหว่างกัน นอกจากนี้ โมร็อกโกยินดีสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ ด้วยการดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือ เพราะมองว่าไทยเป็นประเทศที่มีภูมิภาคอยู่ตอนกลางของอาเซียน จึงเป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ที่ดีในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ผ่านช่องทางรัฐสภาได้อีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากการใช้ช่องทางประสานกระทรวงพาณิชย์

ที่มาข้อมูล: ทีมข่าววิทยุรัฐสภา