จังหวัดสงขลา เปิด “ค่ายพักพิงเพื่อบำบัด แคมป์ 35” รุ่นแรก เดินหน้าบำบัดรักษา-ฟื้นฟูสมรรถภาพ ใช้ต้นแบบ “ปัตตานีโมเดล” สอดรับวาระผู้ว่าฯ เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบเข้มข้น ดึงเลิกยาเสพติดสุ่ชีวิตใหม่

พลโททวี เกิดสมบูรณ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ ศูนย์สันติวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานเปิด “ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp 35 จังหวัดสงขลา รุ่นที่ 1” ตามนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้ประกาศแผนปฏิบัติการโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ กองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุนกองพลทหารราบที่ 15 ค่ายลพบุรีราเมศวร์ ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

โดยกำหนดแนวทางการบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติด 5 ขั้นตอนให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนดำเนินงานอย่างจริงจังให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมี นายสนอง จันทรักษ์ นายอำเภอเทพา, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา, หน้าส่วนราชการ, ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และประชาชนร่วมกิจกรรม พลโททวี เกิดสมบูรณ์ กล่าวว่า จากการ Kick Off แผนปฏิบัติการ “รวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติต คืนความสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ภาพรวมของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ ขณะนี้ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

โดยเฉพาะมาตรการด้านการบำบัดรักษาที่ได้ใช้ปัตตานีโมเดล ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด หรือ “แคมป์ 35” มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยขยายผลไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา ถือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ได้นำแนวทางการบำบัดผู้ติดยาเสพติด โดยใช้โมเดล Camp 35 นำผู้ป่วยยาเสพติดที่เป็นกลุ่มผู้ติด จากอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จำนวน 60 คน เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามหลักสูตรทางการแพทย์จำนวน 35 วัน ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 29 สิงหาคม 2562 เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัด เลิกเสพยาเสตติดและสามารถกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัว เป็นคนดีกลับคืนสู่สังคมได้อีกครั้ง

ด้าน นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เผยว่า ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp 35 จังหวัดสงขลา มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน เป็นหลักสูตรที่ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหายาเสพติด ร่วมกันคิดและหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จากเดิมที่ใช้การบำบัดรักษา เพียง 12 วัน ได้ขยายเวลา เป็น 35 วัน เพื่อให้ผู้เสพได้บำบัดและเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ อาทิ การถอนพิษยา, การเสริมสมรรถภาพร่างกาย, การให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด, การสอนให้ปฏิเสธยาเสพติด และการสอนให้รู้จักพัฒนาชีวิตใหม่ ควบคู่กับการสอนด้านศาสนา เพื่อให้ผู้เสพสามารถเลิกยาได้ และกลับคืนสู่สังคม

โดยหลังจากผู้เสพเหล่านี้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวแล้ว ทางภาครัฐจะมีการติดตามผล ซึ่งทุกตำบลจะมีชุดปฏิบัติการ ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำตำบล หรือ Take care Team เข้าไปสำรวจ ติดตาม เพื่อประเมินว่าผู้ผ่านการบำบัดไปแล้วจะกลับมาใช้ยาเสพติดอีกหรือไม่ และพร้อมที่จะเป็นคนดีกลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวและสังคมต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อน 12 วาระสงขลาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ เล็งเห็นความสำคัญในการป้องกันและแก้ปัญหายางเสพติดในพื้นที่ ได้กำหนดวาระที่ 11 เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบเข้มข้นเน้นการทำงานเชิงรุกใน 4 แนวทาง ได้แก่ โครงการชุมชนเข้มแข็งต้นแบบ, โครงการโรงเรียนสีขาว, โครงการ TO BE NUMBER ONE และการปราบปรามผู้ค้ารายย่อย