สงขลา​ -​ มท.2 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าบริเวณพื้นที่ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ย้ำทุกหน่วยบูรณาการการทำงานร่วมกันเร่งดับไฟป่า พร้อมดูแลชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง

จากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านใต้ หมู่ที่ 5 บ้านแหลม และหมู่ที่ 6 บ้านแหลมจาก ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ยังมีไฟคุกรุ่นอยู่ในบางจุด ซึ่งทุกภาคส่วนเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (24 ส.ค. 62) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อม นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา , นายเฉลิมพันธ์ ยินเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา , นายคงศักดิ์ คงปาน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาสาขาระโนด , นายรัฎฐา เนตรสว่าง ปลัดอาวุโสอำเภอสิงหนคร , เจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา , สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ตลอดจนจิตอาสาภัยพิบัติ ฯลฯ ร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายไพโรจน์ จริตงาม กล่าวว่า จากเหตุไฟไหม้ป่าตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลปากรอ บริเวณหมู่ที่ 4 บ้านใต้ หมู่ที่ 5 บ้านแหลม และหมู่ที่ 6 บ้านแหลมจาก ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา จนถึงขณะนี้ทำให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายประมาณ 200 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเสม็ด และยังไม่ลุกลามไปยังพื้นที่เกษตรของประชาชนแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ ยังมีไฟป่าในพื้นที่หมู่ที่ 4 กับหมู่ที่ 6 และยังมีกลุ่มหมอกควันไฟในพื้นที่หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 ทุกภาคส่วนเร่งประชาสัมพันธ์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้หลีกเลี่ยงหมอกควันไฟ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลปากรอ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินดับไฟป่าในการประสานหน่วยดับไฟ 13 หน่วย ทั้งบุคลากร , เครื่องมือ , ชุดปฏิบัติการดับไฟ ฯลฯ ลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยฯ แล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา

ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีประชาชนได้รับผลกระทบจากควันไฟ 4 หมู่บ้าน จำนวน 1,000 คน พื้นที่ป่าเสม็ดปากรอเสียหายประมาณ 200 ไร่ คาดว่าจะสามารถควบคุมไฟได้หากไม่มีลมกรรโชกแรง ในส่วนของอุปสรรคพบว่าไม่มีแหล่งน้ำจากธรรมชาติในพื้นที่เพื่อใช้ดับไฟป่า การดับไฟเป็นไปได้ยากเนื่องจากเชื้อเพลิงหนา และเข้าพื้นที่ไม่ถึงน

นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวย้ำทุกหน่วยงานทำงานแบบบูรณาการเป็นหนึ่งเดียว หากสถานการณ์ยังมีอยู่ขอให้ประสานนำรถสูบน้ำระยะไกลเข้ามาช่วยอีกทาง พร้อมประสานหน่วยงานกรมชลประทานในพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจการณ์เพื่อหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ป่าในครั้งนี้ หากเกินกำลังในพื้นที่ สามารถประสานหน่วยเหนือเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป และให้มีการวางแผน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว พร้อมทั้งปรับแผนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้

งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้ประสานหน่วยงานพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อขอสนับสนุนรถบรรทุกน้ำพร้อมดับไฟเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น อาทิ หน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่าสงขลาที่ 13 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เทศบาลเมืองสิงหนคร องค์การบริหารส่วนตำบลชิงโค องค์การบริหารส่วนตำบลวัดขนุน และสูบน้ำเพื่อป้องกันการลุกลามของไฟพร้อมคนเดินเท้า ชุดดับไฟป่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสาอ

ย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกในพื้นที่ จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงเป็นลำดับ ขณะนี้หน่วยงานต่าง ๆ ยังคงกระจายกำลังเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ที่มาภาพข่าว​ : สุธิดา​ พฤกษ์อุดม​ สวท.สงขลา