สถาบันฮาลาล ม.อ. จัดงาน World HAPEX 2019 ปลุกกระแสฮาลาลนวัติวิถี เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดโลก หนุนไทยเป็นศูนย์กลางฮาลาล สร้างคู่มือแนวปฏิบัติการจัดประชุมและแสดงสินค้าที่เป็นมิตรกับมุสลิมให้เกิดมาตรฐานและยั่งยืน “ฉบับแรกของโลก” จากความร่วมมือของสถาบันฯ และสสปน.

เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม เวลา 14.00 น. ณ Convention Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด “งานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนานานาชาติด้านฮาลาล 2562 World HAPEX 2019” ภายใต้แนวคิด “ฮาลาลนวัตวิถี เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดโลก” และได้มีการ “จัดทำแนวปฏิบัติการจัดประชุมและแสดงสินค้าที่เป็นมิตรกับมุสลิม”

โดยในงานช่วงพิธีเปิดงานมี นายศักระ กปิลกาญจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับ ดร.
ธวัช นุ้ยผอม ผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวรายงาน สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) โดยนางอรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสากกรรมไมซ์ สสปน. พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน และสื่อมวลชนให้เกียรติร่วมพิธีเปิดงานอย่างคับคั่ง

ดร.ธวัช นุ้ยผอม เผยว่า จำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกที่มีจำนวนสูงถึงกว่า 2.14 พันล้านคน จึงทำให้อุตสาหกรรมฮาลาลมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรกรรมเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของโลก จึงนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งผลิตและส่งออกอาหารฮาลาล ทั้งที่เป็นสินค้าเกษตรขั้นต้น รวมถึงสินค้าแปรรูปและอาหารสำเร็จรูปที่
สำคัญของโลก ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมฮาลาลในประเทศไทย รวมทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลของไทย ที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นระบบเศรษฐกิจ พัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องมุสลิม สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้จัดงานแสดงสินค้าและการประชุมสัมมนานานาชาติด้านฮาลาลมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา


สำหรับในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 9 แล้ว ภายใต้แนวคิด “ฮาลาลนวัตวิถี เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดโลก” อีกทั้งยังได้ร่วมกับ สสปน. พัฒนาแนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาแนวปฏิบัติการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าที่เป็นมิตรกับมุสลิม ดำเนินการโดยกระบวนการการวิจัย เก็บข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ ทั้งการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยคณะทำงาน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากหน่วยงานที่มีบทบาทเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งภาครัฐและเอกชน”

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า “ในฐานะที่ดูแลด้านการศึกษามองเห็นแนวทางของโครงการนี้ว่ามีประโยชน์ สามารถนำเนื้อหามากำหนดแนวทาง การเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในอุตสาหกรรม คือ การสร้าง Future MICE Leader ในอนาคต โดยที่นำเนื้อหาไปกำหนดการเรียนการสอนเป็นส่วนหนึ่งในสาขาไมซ์ นอกจากนี้ยังสามารถนำประเด็นดังกล่าวพัฒนางายวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อสร้างและขยายองค์ความรู้ใหม่”

นางอรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสากกรรมไมซ์ สสปน. ได้กล่าวเสริมว่า “ในฐานะที่ดูแลด้านการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ของประเทศไทย เล็งเห็นว่า การพัฒนาไม่ควรหยุดนิ่ง ต้องเร่งพัฒนาและส่งเสริมการจัดการให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ซึ่งกลุ่มเป้าหมายอิสลามเป็นอีกหนึ่งกลุ่มลูกค้าที่ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นกรอบแนวทางที่ สสปน. ได้สร้างมาตรฐานให้อุตสาหกรรมไมซ์ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานสถานที่การจัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standard – TMVS) แนวทางปฎิบัติเบื้องต้นสำหรับการจัดงานอย่างยั่งยืน และการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านไมซ์ และในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของ 2 องค์กรใหญ่ ผนึกกำลัง พัฒนาแนวปฏิบัติการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าที่เป็นมิตรกับมุสลิมให้เกิดมาตรฐานและยั่งยืน ฉบับแรกของโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาแนวปฎิบัติ 3 กรอบหลักๆ คือ 1. กำหนดแนวทางปฎิบัติตามหลักศาสนา 2. การเลือกใช้สถานที่การจัดงานที่ด้านมาตรฐานสถานที่การจัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standard – TMVS) 3. และแนวทางการปฏิบัติเบื้องต้นการจัดงานอย่างยั่งยืน (MICE Sustainability Guidline)”

“คู่มือแนวปฏิบัติการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าที่เป็นมิตรกับมุสลิม ดังกล่าว จะสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ในการจัดงานทุกประเภท เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริการ และศึกษาแนวทางในการรับรองมาตรฐานในอนาคตต่อไป”

ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการแสดงสินค้า และบริการฮาลาลจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 คูหา ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องแต่งกาย เครื่อง
ประดับ รวมไปถึงบริการด้านฮาลาล, กิจกรรมบรรยาย และประชุมสัมมนา กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ของทั้งผู้ประกอบการไทย และต่างประเทศซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นอกจากนั้น ยังมีการแข่งขัน World HAPEX Top Chef 2019, การแข่งขัน World HAPEX Tea Tarik Youth Champion 2019 ชาชักชิงแชมป์เยาวชน, การแข่งขัน World HAPEX Coffee Signature Drink 2019, และ
การแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งเมื่อซื้อสินค้าและบริการภายในงานยังมีสิทธิ์ลุ้นรับทองคำทุกวัน พร้อมของรางวัลต่างๆอีกมากมาย