หากเดินทางเข้าสู่ บ้านควนหรัน ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ในวันนี้ไม่เห็นแค่เพียงฝูงแพะที่ชาวบ้านเลี้ยงเสริมอาชีพเกษตรกรรมสวนยาง อาคารหลังเล็กก่ออิฐ มอญดูเก่าตามสภาพ ประมาณด้วยสายตาคงเป็นแค่ที่พบปะชุมนุมของชาวบ้านเป็นครั้งคราว คงไม่มีใครคิดว่า อาคารหลังนี้จะมี “กี่ทอผ้า” ถึง 5 หลัง วางสลับให้มีพื้นที่ในการทอผ้า

แรงบันดาลใจแรงของชาวบ้านกลุ่มนี้มาจาก นางกอดะ มันอิ หนึ่งในสมาชิกชุมชนที่มีความสามารถหลากหลาย ทั้งตัดเย็บ ทำอาหารคาวหวาน จนเป็นวิทยากรขึ้นทำเนียบของหน่วยงานรัฐ ฝึกอาชีพไปทุกถิ่นทั่วทิศ จนไปเรียนรู้การทอผ้าใยสับปะรดและกลับมาจัดแจงเตรียมการเพื่อสร้างงานอาชีพใหม่ให้คนในชุมชน ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมีสมาชิกถึง 30 คนในเบื้องต้นที่พร้อมเรียนรู้อาชีพใหม่

นั่นคือ “การทอผ้า” เมื่อชาวบ้านพร้อมวิทยาลัยชุมชนสงขลาก็ไม่รอช้า นางสาวพรเพ็ญ ประกอบกิจ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสงขลา ได้จัดทำหลัก สูตรการทอผ้าใช้เวลา 30 ชั่วโมง โดยนำวิทยากรมืออาชีพ
คือ นายคมินทรา แปะซิ่ว ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านปริก ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา มาถ่ายทอดเทคนิค วิธีการทอผ้า เสริมทักษะให้กับสมาชิกกลุ่มบ้านควนหรัน

แม้กี่จะมีความไม่สมบูรณ์อยู่บ้าง อย่างกระสวยที่ยังมีไม่ครบ แต่ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่หลวงให้ฝีทอไม่ขยับลวดลายที่ขยับตามแรงทอ, ลายเต่า, ลายดาว,เป็นลวดลายที่ถูกจรดบนผืนผ้าของกี่ทั้ง 5 หลัง เทคนิคการต่อเส้นด้าย เทคนิคการกระจายเส้นด้ายเพื่อความนุ่มและกระด้างของผืนผ้า เทคนิคการสร้างลวดลายที่วิทยากรได้ไปเรียนรู้มาจาก กลุ่มทอผ้า จังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดชัยนาท ได้ถูกถ่ายทอดยังสมาชิกกลุ่มทอผ้าบ้านควนหรัน เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่คนเหล่านี้ไม่เคยมีพื้นฐานการทอผ้า แต่สามารถทอผ้าคลุมไหล่ ความยาวผืนละ 4 หลา ราคาผืนละ 250 บาท

เส้นทางอาชีพการทอผ้าที่นี่จะเดินต่อด้วยเอกลักษณ์การใช้เส้นด้ายออแกนนิค และจะนำใยสับปะรดเข้ามาผสมผสานเพื่อสร้างมูลค่าต่อไป ส่วนวิทยาลัยชุมชนสงขลาพร้อมหนุนองค์ความรู้ให้กับชุมชนอย่างไม่หยุดนิ่ง และพร้อมขับเคลื่อนให้ชุมชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในอาชีพตามวิถีอันดีงาม