“ภาณุ” อุทัยรัตน์ รวมกลุ่ม 5 สว.ชายแดนใต้ ชูจุดแข็ง “รู้พื้นที่ แก้ได้จริง” ในนาม “กลุ่มสว.ของเรา” อาสารับข้อร้องเรียน เพื่อช่วยแก้ปัญหาประชาชน

 

“ผมได้รวมกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกว่า
“กลุ่ม สว.ของเรา” หวังต้องการบอกกับพี่น้องเราว่า เรายังอยู่ด้วยกัน
อย่างใกล้ชิด เรารักห่วงกัน” 

นายภาณุ อุทัยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นชาวจังหวัดปัตตานี และอดีตเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวในเอกสาร “ใบบอกข่าว” ที่เผยแพร่ระบุว่า พี่น้องเรามีสิ่งใดที่เป็นปัญหาความเดือดร้อน ทั้งส่วนตัว ส่วนรวม เราพร้อมรับฟังและร่วมกันแก้ไข รวมถึงบางเรื่องที่ปรากฏเป็นข้อมูลข่าวสารบ้านเมือง ที่เป็นเรื่องที่ท่านรับรู้ หรือได้ข่าวมาแล้วไม่สบายใจ ท่านสามารถโทรติดต่อสอบถามได้ ในโอกาสเดียวกัน หากพี่น้องเรามีความคิดเห็นใดที่เห็นว่า เป็นประโยชน์ ก็อยากให้นำเสนอมาในช่องทางเดียวกัน

 

“ทุกเรื่องพวกเรารับแล้วจะรีบตรวจสอบ และดำเนินการให้ เมื่อมีผล เป็นอย่างไรจะรีบติดต่อกลับท่านโดยตรง”

 

นายภาณุ กล่าวและว่า สิ่งที่คงต้องขอความร่วมมืออีกทางหนึ่งคือ เป็นได้ว่า บรรดาสมาชิกกลุ่มไลน์ต่าง ๆ หากพบเห็น ปัญหา ความเดือดร้อน หรือประเด็นข่าวใดที่น่าสนใจ ซึ่งสมาชิก “กลุ่มสว.ของเรา” ไม่อาจรับรู้ได้ ขอให้พี่น้องเราหรือแอดมินกลุ่มไลน์นั้นโทรติดต่อ “บอกเล่า” พวกเราด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่ง

 

 

 

นายอับดุลฮาลิม มินซาร์ ซึ่งชาวจังหวัดปัตตานี อดีตผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายการศึกษา ศอ.บต. กล่าวว่า เบื่องต้นอำนาจหน้าที่ขอ สว.กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีตั้งแต่การพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย ทั้งเรื่องการร่าง พรบ. เรื่องพรก.และเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน การตั้งกระทู้ถาม หรือการอภิปรายทั่วไป นอกจากนั้นเป็นเรื่องหน้าที่ และอำนาจตามกฎหมาย ที่เป็นเรื่องการปฏิรูปประเทศ เรื่องการเร่งรัดติดตาม เสนอแนะ

 

“สว.เราในฐานะคนพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดเรามี สว. 5 ท่านด้วยกัน ถ้าเราทำงานร่วมกันกับสส.ที่มีอยู่ 13 ท่าน เราสามารถที่จะทำอะไรได้มากมาย”

 

นายอับดุลฮาลิม กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราก็ต้องมองเข้าไปที่บทบาทหน้าที่ ทั้งการกลั่นกรองกฎหมาย การอำนวยความเป็นธรรมทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง การบริหารประเทศ กฎหมาย เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุขต่างๆ

 

“เมื่อเราโฟกัสมาที่ปัญหาบ้านเราที่เกิดขึ้น จะต้องแก้ทั้งระบบ และแก้ไปด้วยกัน”

 

นายอับดุลฮาลิม กล่าวและว่า โดยการแก้ทั้งระบบนั้น รวมถึงการแก้ระบบการศึกษาที่วันนี้เรารับทราบกันอยู่ การศึกษาบ้านเราที่จะต้องเป็นไปตามวิถี การผูกโยงเรื่องอัตลักษณ์ เรื่องวัฒนธรรม ความเชื่อเรื่องศาสนาจะต้องเป็นไปตามวิถี โดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ เพื่อควบคู่ให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม หรือมองเรื่องการศึกษาเป็นอาชีพ เพราะการศึกษาคือโจทย์ที่จะเป็นคำตอบในการสร้างคนให้มีคุณภาพ และจะช่วยเปลี่ยนสถานะทางสังคม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ และแก้ความเป็นธรรมในสังคมที่ยังอ่อนแอด้วย

 

 

นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ ชาวอำเภอกะพ้อ จ.ปัตตานี สว.กล่าวว่า บทบาทของ สว.มีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายที่ ส.ส.ส่งมา ซึ่งกลุ่มสว.ก็จะต้องพิจาณากฎหมาย กลั่นกรองให้มีความรอบคอบ เมื่อเห็นว่า มีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง สว.ก็จะช่วยผลักดัน หากเห็นว่า เรื่องดังกล่าวมีปัญหาต่อบ้านเมืองก็จะยับยั่งไว้

 

ทั้งนี้หน้าที่ของ สว.คือ ต.ส.ร.หมายถึง ตรวจสอบ เสนอแนะ และเร่งรัด ในการทำหน้าที่ควบคุมรัฐบาล เพื่อให้การบริหารจัดการแผ่นดินสนองนโยบายของชาวบ้าน และจะต้องมารับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

“เรามาอยู่กันตรงนี้ เราก็ต้องช่วยตรงนี้ ชาวบ้านมีปัญหาตรงจุดไหน เราก็ต้องมาดูแลชาวบ้าน ด้วยการรับปัญหา สะท้อนปัญหาให้รัฐบาลได้รับทราบด้วย” นายขวัญชาติ กล่าว

 

 

นายนิซูอาแซ ซีอุเซ็ง ชาวอำเภอยิ่งอ และอดีตนายอำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เขาจะมุ่งไปที่ความสงบเรียบร้อย ซึ่งวันนี้เราในฐานะ สว.ก็ได้ร่วมกับ สส.ในภาคใต้มาพูดคุยแก้ปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้มิติของวัฒนธรรม มิติทางศาสนา มิติทางการศึกษา รวมทั้งมิติทางเศรษฐกิจและต่างๆ

 

ทั้งนี้ในสมัยที่ผมยังรับราชการอยู่นั้น เคยได้ทำโครงการน้ำดี ไล่น้ำเสีย ที่เราจะสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมา เพราะเราเชื่อว่าในมิติใดก็ตามนั้น เราจะต้องสร้างคนรุ่นใหม่ให้เกิดขึ้น เพื่อช่วยดูแลสังคมตรงนี้ ทั้งหน่วยงานของรัฐอย่างพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

“เราจะต้องสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมา อาจจะต้องใช้เวลานาน 5-10ปีในการสร้างน้ำดีขึ้นมา แต่จำเป็นต้องทำ” นายนิซูอาแซ กล่าว

 

 

นายอนุศาสตร์ สุววรณมงคล ชาวปัตตานี ซึ่งเป็นผู้บริหารธุรกิจรถยนต์และโรงแรมซีเอส ปัตตานี กล่าวว่า ในฐานะหน้าที่การเป็น สว.และเราก็อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปัญหาพื้นที่ที่เกิดขึ้นทุกคนก็รับทราบ และทุกหน่วยงานก็มีความพยายามที่จะแก้ไข โดยในฐานะสว.เราก็มีหน้าที่เร่งรัด ติดตามและการประเมินผล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

“ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่มา เราก็จะต้องหาทางที่จะทำยังไงให้บ้านเมืองมีความสงบ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”

 

นายอนุศาสตร์ กล่าวต่อว่า โดยปัญหาหลักคือ ปัญหาในพื้นที่ เราจะทำอย่างไรให้ปัญหาในพื้นที่ได้รับการแก้ไข และทุกฝ่ายได้เห็นพ้องต้องกัน ในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน การสร้างความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาให้เกิดขึ้น การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ การรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน รวมถึงการไม่เพิ่มเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่ความขัดแย้งในพื้นที่ต่อไปด้วย

 

ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่อย่าง นายสวาท แสงวิสุทธิ์ หัวหน้ากองร้อยอาสารักษาเมืองชุมชนสุไหงปาดี จ.นราธิวาส กล่าวว่า ถือมีเรื่องราวที่ดีที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราที่มี สว.เป็นคนพื้นที่ มาจากพื้นที่ และมีประสบการณ์การทำงานในพื้นที่มาก่อน เช่น ท่านภาณุ ถือเป็นหนึ่งที่เป็นคนปัตตานีและทำงานรับราชการอยู่ในพื้นที่มาตลอด และจากการที่ผมได้คลุกคลีร่วมทำงานกับท่านมา ได้เห็นความตั้งใจและความทุ่มเทเพื่อพื้นที่ของเราจริงๆ

 

“ผมคิดว่า ถ้าสว.เราตั้งใจจริง จะสามารถแก้ปัญหาชายแดนใต้ ปัญหาพื้นที่ของเราได้” นายสวาท กล่าว

 

เช่นเดียวกับ นายมะกอรี มะมิง ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 บ้านตลิ่งสูง ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่สว.เป็นคนในพื้นที่และเป็นคนชายแดนภาคใต้ ซึ่งการมี สว.คนพื้นที่ น่าจะเป็นผู้ที่รู้ปัญหาภาคใต้ และน่าจะขับเคลื่อนการแก้ปัญหาของพื้นที่ได้ดีและตรงจุด

 

“การรวมตัวของ สว.ชายแดนใต้ทั้ง5ท่าน น่าจะช่วยแก้ปัญหาพื้นที่อย่างตรงจุด”

 

นายมะกอรี กล่าวต่อว่า โดยประเด็นที่อยากให้สว.ทั้ง5ท่าน ช่วยแก้ปัญหาคือ 2 เรื่อง 1.ความไม่สงบในพื้นที่ และ2.ยาเสพติด ซึ่งหากสามารถแก้2เรื่องนี้ได้สำเร็จ ปัญหาอื่นๆก็จะไม่ตามมา และการพัฒนาพื้นที่ในด้านอื่นๆก็จะดีขึ้นด้วย