สงขลา – ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และประชารัฐ ด้านการเกษตร ด้านการแปรรูป และการท่องเที่ยวโดยชุมชน มุ่งสร้างความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคม ตามนโยบายรัฐบาล

วันนี้ (25 ก.ค. 62) ที่ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐประจำจังหวัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายปวัน พรหมพิทักษ์ พัฒนาการจังหวัดสงขลา ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา, สภาเกษตรกร, บริษัทประชารัฐรักสามัคคีสงขลา, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

นายราชิต สุดพุ่ม กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ประจำปีงบประมาณ 2562 แผนงานยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงและลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและสังคม จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการขับเคลื่อนการสร้างสัมมาชีพตามแนวทางประชารัฐดำเนินการในไตรมาส 1-4 (ตุลาคม 2561-กันยายน 2562)

โดยกำหนดจัดประชุมในครั้งนี้ขึ้น เพื่อติดตามแผนการพัฒนายกระดับกลุ่มตามแนวทางประชารัฐ 3 คือ ด้านการเกษตร ด้านการแปรรูป (OTOP/SME) และการท่องเที่ยวโดยชุมชน พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าการจัดตั้งกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องแกงจังหวัดสงขลา รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาทางจังหวัดสงขลา โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลาได้เปิดรับลงทะเบียนผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ประจำปี 2562 จำนวน 992 ราย จำนวน 1,948 ผลิตภัณฑ์

และได้เปิดสมัครผู้ประกอบการเข้ารับการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วม จำนวน 323 ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนส่งเสริมช่องทางการตลาดแก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการเรียนรู้ด้านการตลาด การจับคู่ธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าอีกด้วย

ทั้งนี้ ทางจังหวัดสงขลา ได้มีการดำเนินการตามแผนการพัฒนายกระดับกลุ่มตามแนวทางประชารัฐ 3 คือ ด้านการเกษตร ด้านการแปรรูป (OTOP/SME) และการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างเป็นระบบ เริ่มจากกระบวนการ การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การสร้างองค์ความรู้ เช่น การสร้างตำนานผลิตภัณฑ์คาบสมุทรสทิงพระ ฯลฯ การตลาด การสื่อสารสร้างการรับรู้ และการบริหารจัดการ เพื่อสร้างความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป

ที่มาข้อมูลข่าว : สุธิดา พฤกษ์อุดม  สวท.สงขลา