“ป.กุ๊กไก่” เผย 10 ปีกับชีวิตปลัดหญิงชายแดนใต้ มีความสุขทุกครั้งที่ได้ช่วยประชาชน

“ป.กุ๊กไก่” หรือ นางช้องมาศ สกุลประดิษฐ์ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองระดับชำนาญการ) อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ภริยาของ นายไตรทิพย์ สกุลประดิษฐ์ นายอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ด้วยบทบาทหน้าที่ของการเป็นปลัดอำเภอที่จะต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนแล้ว การทำหน้าที่เป็น “นายกกิ่งกาชาด อำเภอแว้ง” ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

 

 

“เราชอบงานบริการประชาชน ได้ช่วยประชาชนที่เขาตกทุกข์ได้ยาก ประชาชนที่เขาไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ไม่มีสัญชาติ เราก็อยากจะช่วยเขา”

 

ป.กุ๊กไก่ กล่าวและว่า เป็นคนจังหวัดยะลา เรียนจบมัธยมจากโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง ยะลา ปริญญาตรีด้านคุรุศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา และเรียนจบปริญญาโท 2 ใบ ด้านรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต รามคำแหง และจบบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ด้านชีวิตครอบครัว สามีเป็นนายอำเภอแว้ง มีลูก 2 คน

 

เริ่มต้นชีวิตราชการครั้งแรกบรรจุเป็นข้าราชการครู ประมาณเดือนมกราคม ปี 2545 หลังจากนั้นได้โอนเป็นนักวิชาการศึกษาอยู่เทศบาลนครยะลา และย้ายไปเป็นหัวหน้าศูนย์การศึกษาที่ อบต.กมลา ภูเก็ต เทศบาลเมืองกะทู้ ภูเก็ต และทำหน้าที่เป็นเลขานุการให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หลังจากนั้นได้ย้ายกลับมาเป็นปลัดอำเภอที่ทำการปกครองจังหวัดยะลา และเป็นเลขานุการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ประมาณ 6 ปี และลงอำเภอนราธิวาส จนกระทั่งเป็นปลัดอำเภอตากใบ

 

 

โดยพี่เริ่มต้นบรรจุเป็นข้าราชการครู สอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านมะกอ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ทำงานอยู่ที่นี้ประมาณ 2 ปี จนประมาณปี 2547 วันนั้นจำได้ว่า ขับรถออกจากโรงเรียนมา ตอนนั้นเริ่มมีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ และเกิดเกตุครูที่โรงเรียนโดนยิงตายคาที่ หลังมีเหตุเกิดขึ้น จึงทำเรื่องย้ายมาทำงานอยู่จังหวัดยะลา โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพที่ 200 อ.บันนังสตา จ.ยะลา จนกระทั่งผันตัวเองจากคุณครูสอนนักเรียนมาเป็นคนออกแบบหลักสูตรให้กับคุณครู จึงได้โอนมาเป็นนักวิชาการศึกษา อยู่ที่เทศบาลนครยะลา โดยทำหน้าที่รับผิดชอบโรงเรียนต่างๆในเทศบาลจังหวัดยะลาอยู่ประมาณ 9 เดือน ซึ่งสามีตอนนั้นก็เข้าโรงเรียนนายอำเภอ และรับราชการอยู่ภูเก็ต เราจึงย้ายไปเป็นนักวิชาการศึกษาอยู่ที่ภูเก็ต และสอบเป็นหัวหน้าส่วนการศึกษา ซึ่งหลังจากชีวิตได้คลุกคลีอยู่ในวงของนักปกครอง ทำให้ได้เห็นงานต่างๆ จนวันหนึ่งเรามีความรู้สึกอยากผันตัวเอง จึงไปเรียนต่อรัฐศาสมหาบัณฑิต ซึ่งประจวบกับตอนนั้นสามารถโอนได้ และได้ลงที่ตะกั่วทุ่ง พังงา แต่ด้วยเหตุผลที่เราอยากกลับมาเป็นปลัดอำเภออยู่ 3 จังหวัด เพื่อกลับมาดูแลบ้านของเรา กลับมาใช้ชีวิตอยู่ใกล้บ้าน จึงขอลงที่ 3 จังหวัด

 

“ยอมว่า การเป็นปลัดอำเภอหญิง อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ เราต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากเราดำรงชีวิตอย่างมีสติ อย่างน้อยหากเกิดเหตุ เราก็สามารถช่วยได้”

 

“การเป็นนักปกครอง “ปลัด”อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นอาชีพที่ปลอดภัยที่สุด เพราะด้วยงานที่เราต้องช่วยชาวบ้าน มีหน้าที่บริการประชาชน ช่วยเหลือชาวบ้านเป็นหลัก เราทำให้เราไม่ได้เป็นเป้าหมายสำคัญในการก่อเหตุ”

ยิ่งมีหน้าที่หลักที่รับผิดชอบงานทะเบียน ทำให้ได้บริการประชาชน และได้พบกับประชาชนที่เขาประสบความเดือดร้อนมาที่อำเภอ ซึ่งประชาชนในเขตชายแดนที่อำเภอตากใบอยู่นั้น จำนวนมากจะพบประชาชนไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ ไม่มีบัตรประชาชน หลายรายไม่ทราบว่า จะต้องแจ้งเกิดบุตรหลาน และต่ออายุบัตรประชาชน

 

 

 

“ใจที่อยากช่วยประชาชน เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้ช่วยเหลือ” ป.กุ๊กไก่ กล่าว

ป.กุ๊กไก่ เล่าเหตุการณ์ที่จำไม่เคยลืมว่า ขณะที่สามีได้รับตำแหน่งนายอำเภอครั้งแรกที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส มีการก่อเหตุระเบิดถังแก๊สประมาณ 80 กิโล หน้าที่ว่าการอำเภอจะแนะ ซึ่งโชคดีลมเปลี่ยนทิศ รถเกาะกั้นกระสุนที่สามีนั่งมากระจกแตก เกิดเหตุปะทะกันด้วย และโชคดีที่สามีไม่เป็นอะไรมาก