เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประชุมรับฟังปรึกษาหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับภาคเอกชน โดยมี นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้แทนหอการค้า และภาคประชาชน เข้าร่วม ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า ชั้น 1 อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

 

 

สำหรับการประชุมรับฟังปรึกษาหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับภาคเอกชนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้เติบโต ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสันติสุขคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 

ทั้งนี้ ในการประชุมมีการรับฟังผลการดำเนินงานในห้วงที่ผ่านมาจากภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ ศอ.บต. ในฐานะส่วนราชการหลักที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รายงานทิศทางการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของ ศอ.บต. ร่วมกับทุกจังหวัดในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา ได้เร่งแก้ไขปัญหาตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เช่น การเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและการพัฒนาทุกมิติ เพื่อยุติความรุนแรง ตอบโจทย์การมีชีวิตที่ดี สร้างความสงบสุขความเจริญ จากสังคมพหุวัฒนธรรมภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ โดยเชื่อมโยงยุทธศาสตร์นโยบายจากส่วนกลางเข้ากับความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนแบบไร้รอยต่อ ภายใต้การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

 

 

สำหรับในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด ได้นำเสนอความต้องการของประชาชนในพื้นที่ในประเด็นปัญหา เช่น การสำรวจและเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาผังเมือง ในพื้นที่ เป็นต้น เพื่อสร้างเข้มแข็งในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่