วันที่ 2 กรกฏาคม 2562 ที่ โรงแรมคลิสตัล หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี นายสนั่น ทองจีน ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 9 ประธานเปิดงานการประชุมขับเคลื่อนและติดตามผลหลักสูตรด้านทุจริตศึกษาระดับอาชีวศึกษา   นางขวัญใจ กลิ่นขจาย ผู้อำนวยการสำนักต้านทุจริตศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา คณาจารย์สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา และ ผู้เข้าร่วมประชุม

นายสนั่น ทองจีน  กล่าวว่า ตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560- 2564 ) ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต เน้นการปรับเปลี่ยนฐานความคิดของคนทุกภาคส่วนในการรักษาประโยชน์สาธารณะ มุ่งเน้นการปลูกจิตสำนึกและส่งเสริมค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม และ ตระหนักถึงผลกระทบและไม่ยอมรับการทุจริต เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการเมืองและสังคมให้เอื้อต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ปรับความคิดของคนไทย โดยพัฒนาปรับปรุงระบบการศึกษาให้ประชาชนมีความรู้เพิ่มขึ้นและเห็นแก่ประโยชน์สาธารณะมากกว่าส่วนตนและพวกพ้อง

ปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาและภัยร้ายแรงจากการทุจริต มีการรวมพลังจากกลุ่มบุคคล ภาคประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจเอกชน สื่อมวลชน ซึ้งยินดีเข้ามาเป็นภาคีเครือข่ายในการป้องกันและปราบปรามทุจริต มีการผลักดันและนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อมวลชนที่หลากหลายช่องทาง อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นลำดับ เป็นการรวมพลังคนไทยทั้งชาติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติฯ ที่มีความคาดหวังว่าในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยจะได้คะแนนดัชนีชี้วัดการรับรู้การทุจริต หรือเรียกว่า ค่า CPI ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50

สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  สร้างหลักสูตรด้านทุจริตศึกษา

1.หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

2.หลักสูตรอุดมศึกษา

3.หลักสูตรตามแนวทางรับราชการกลุ่มทหารและตำรวจ

4.หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต

5.หลักสูตรโค้ชเพื่อการรู้คิดต้านทุจริต

ซึ่งการศึกษาระดับอาชีวศึกษา เป็นระดับที่คาบเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตรอุดมศึกษา จากที่ได้รับรายงานให้ทราบจะเห็นได้ว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้พิจารณาการดำเนินงานตามมติของคณะรัฐมนตรีและมีความพยายามอย่างยิ่ง เพื่อหาแนวทางบูรณาการการนำหลักสูตรด้านทุจริตการศึกษาไปใช้ในการเรียนการสอนระดับอาชีวศึกษา โดยมิให้เป็นการเพิ่มภาระแก่บุคลากรทางการศึกษาและผู้เรียนจนมากเกินไป