นายมะรอพี เจ๊ะอูมา  หรือที่คนรู้จัก ครูพี ปั้นดินสู่ดาวครูภาษาไทย จากโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา อ.เมือง จ.ปัตตานี และติวเตอร์ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เหล่านักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กล่าวว่า กว่าจะมาเป็น “ครูพี ปั้นดินสู่ดาว” เหมือนอย่างในวันนี้ ไม่ง่ายเลย ตนใช้เวลากว่า 9 ปี ในการเป็นคุณครู และ8 ปีในการเป็นครูสอนติวเตอร์ให้กับนักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 

เริ่มต้นหลังจากที่เรียนจบจากเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี) ได้มาสอนหนังสือที่โรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา ในช่วง 2 ปีแรกทางโรงเรียนขาดคนที่จะปั้นเด็ก เพื่อส่งไปประกวดตามเวทีแข่งขันต่างๆ เราจึงเหมือนคนที่เริ่มบุกเบิก เช่น เวทีการพูด จะมีตั้งแต่ เวทีประกวดนักการทูต โต้วาที สุนทรพจน์ ทำนองเสนาะ และเวทีด้านการเขียน เช่น การเขียนเรียงความ การเขียนหนังสั้น รวมถึงค่ายต่างๆ

 

 

 

“ตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 9 ในการเป็นครู และ8ปีในการเป็นครูสอนติวเตอร์  เราภูมิใจที่ได้ปั้นเด็ก จากที่นักเรียนไม่กล้าแสดงออก เมื่อเราดึงศักยภาพ เขาก็มีความกล้าในการแสดงออกมากขึ้น และกล้าที่จะไปประกวดตามเวทีต่างๆ ซึ่งเราได้เปิดโอกาสกว้างให้เด็ก ใครอยากฝึกทักษะด้านใดก็สามารถเข้ามาหาเราได้”

 

 

 

ครูพี ปั้นดินสู่ดาว กล่าวต่อว่า โดยเด็กนักเรียนที่เราเข้าไปปั้นเขาจะเป็นเด็กตั้งแต่ ม.1 – ม.6 และเวทีTO BE NUMBER ONE ที่เราจะลงพื้นที่ไปจัดเวทีร่วมกับน้องๆในวันอาทิตย์ให้กับน้องๆนักเรียนที่เรียนอยู่ชั้นประถม ผ่านแคมเปญ์ “พี่สอนน้อง” โดยเรานำเด็กนักเรียน ม.ปลาย จากโรงเรียนที่เราสอน ทำหน้าที่พี่เลี้ยงช่วยสอนน้องๆที่โรงเรียนประถม เพื่อให้ความรู้พิษภัยของยาเสพติด และสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆด้วย ถือเป็นอีกเวทีที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก นอกจากนี้ยังรวมถึงติวเตอร์ตามโรงเรียนต่างๆที่อยู่ห่างไกล ทางโรงเรียนเชิญให้เราไปช่วยติวเด็กก่อนสอบ O-NET และสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยเด็กนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ โรงเรียนจะเป็นคนจ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งเมื่อผลสอบ O – NET ออกมา เด็กนักเรียนมีผลสอบที่ดีมาก ทางโรงเรียนก็ได้ขอบคุณมาทางเรา

 

 

“9 ปีในการเป็นครู และ8ปีในการเป็นติวเตอร์ปั้นเด็ก เรารู้สึกภูมิใจ และอยากจะทำต่อไปเรื่อยๆ”

 

 

ครูพี ปั้นดินสู่ดาว กล่าวอีกว่า ตอนนี้เรามีแคมเปญใหม่เป็น “เด็กกำพร้า สู่ดาว” ตอนนี่เราก็กำลังรวบรวมเด็กกำพร้าในโรงเรียน โดยเราจะพยายามปั้นพวกเขาให้มีความรู้ความสามารถ และเวทีในการแสดงความสามารถด้วย เพื่อให้เด็กกำพร้าสามารถเติบโตเป็นเด็กมีคุณภาพ และรู้จักการสร้างรายได้ในอนาคตด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราได้ปั้นเด็กจากสถานสงเคราะห์มาแล้วหลายคน จนขณะนี้น้องๆเรียนอยู่ชั้น ม.4 และม.6 โดยเราจะฝึกให้เขาได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เพื่อจุดประกายน้องๆเด็กกำพร้าคนอื่นๆต่อไป