“ภูมิใจไทย เป็นพรรคที่คิดถึงปากท้องของประชาชนเมื่อท้องอิ่ม ในกระเป๋ามีเงิน ประชาชนก็สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ เป็นสิ่งที่ผมเชื่อมั่นและตัดสินใจที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนพรรคภูมิใจไทย เขต 4 อ.สทิงพระ อ.กระแสสินธุ์ และอ.ระโนด ที่พี่น้องเรายังประสบปัญหาความเดือนร้อนกันอยู่ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อนาคตผมจะทำให้บ้านเราดังกว่าจังหวัดบุรีรัมย์”

 

คำยืนยันจากปาก “นายกแดง” ณัฐวุฒิ แสงศรีคำ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา นักการเมืองท้องถิ่นเจ้าของสโลแกน “เข้าใจ เข้าถึง พึ่งได้” ที่ไต่เต้าสู่สนามการเมืองใหญ่เพราะอยากที่จะเปลี่ยนแปลง และเห็นโอกาสจากความเบื่อหน่ายของพี่น้องประชาชนกับการเมืองแบบเดิมๆ จึงเสนอตัวลงสมัครผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ขอโอกาสจากประชาชน ในเขตเลือกตั้งที่ 4 อ.ระโนด กระแสสินธุ์และสทิงพระ สังกัดพรรคภูมิใจไทย

@สาเหตุที่ตัดสินใจสมัคร ส.ส.

ถึงแม้ผมจะไม่มีตำแหน่ง แต่ตลอดระยะเวลาที่เว้นว่างจากการเมืองกว่า 5 ปี แต่ชีวิตประจำวันผมคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านตลอด วันนี้ชาวบ้านรู้สึกหมดหวังกับการเมืองแบบเดิมๆ ที่ไม่สามารถพี่งหวังในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนพร้อมกับพัฒนาบ้านเราให้บ้านเราทัดเทียมกับพื้นที่อื่นๆ ได้

 

@ที่เลือกสังกัดพรรคภูมิใจไทย

ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลมาตลอดโดยส่วนใหญ่จะดูแลกระทรวงสำคัญ ซึ่งมีผลโดยตรงในการพัฒนา ขณะที่จังหวัดสงขลาที่ผ่านมาคนที่ประชาชนเลือกส่วนใหญ่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งในความเป็นในระบบการเมืองไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่และเต็มศักยภาพที่ควรจะเป็น

@แนวทางนโยบายที่พรรคให้มาขับเคลื่อน

เรื่องราคายางจะต้องกำจัด “โบรกเกอร์” ที่คอยปั่นราคา ซึ่งมีอยู่ไม่กี่เจ้า และเรื่องการเพิ่มสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ให้แก่เจ้าหน้าที่อสม. ซึ่งถือว่าเป็นคนทีเสียสละ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหากฎหมายเรื่องประมง และการทดแทนรายได้ในช่วงหน้ามรสุมให้กับชาวประมง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีผลกระทบโดยตรงต่อคนบ้านเราโดยเฉพาะพี่น้องชาวบ้านประมงชายฝั่ง”

 

“อีกทั้งเรื่องวิกฤติของทะเลสาบสงขลาที่ต้องรีบดำเนินการขุดลอกเพื่อแก้ปัญหาตื้นเขิน ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ และเรื่องน้ำจืดที่จะใช้ทำนา ปีละ 2-3 ครั้งก็ไม่เพียงพอ น้ำประปาก็เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งจะต้องขยายท่อประปาจากอ.สิงหนครมายัง อ.สทิงพระ ที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติงบประมาณมาดำเนินการแล้ว แต่สุดท้ายงบ 200 ล้าน ก็โดนตัดไป

“ผมพยายามทำแนวคิดให้เกิดความเป็นจริง และเป็นนโยบายพรรคนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป และจากนี้เราภูมิใจไทยสงขลาจะไม่มองไปข้างหลัง มีแต่มองไปข้างหน้า เพราะหมดเวลาพูดถึงอดีตแล้ว”

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง