FAQs
About us
รางวัลข่าวยอดเยี่ยม
ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
รางวัลข่าวชมเชยของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประจำปี 2541 จากผลงานข่าว "2ปี ท่อก๊าซไทย-มาเลย์ ชุมชนแตกเป็นเสี่ยง"
รางวัลข่าวชมเชย ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ประจำปี 2542 จากผลงานข่าว "เกมชิงนายกอบจ.สงขลา-1ปี ของการกระจายอำนาจที่ล้มเหลว"
รางวัลข่าวชมเชยของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ประจำปี 2544 จากผลงานข่าว "ถนนชีวิตน้องเป้ย ขนานการปฏิรูปการศึกษา"
![]()
แนวความคิดในการทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในลักษณะ city news เกิดขึ้นมาประมาณปี ๒๕๓๘ ครั้งนั้นกระผม (ประสาน สุขใส ) เพิ่งย้ายมาประจำที่ศูนย์ข่าวภาคใต้ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน จากประสบการณ์ที่เคยอยู่จังหวัดนคราชสีมา ขณะเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวันได้มีโอกาสช่วยเหลือพรรคพวกที่ทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอยู่ อีกทั้งได้มีการตั้งชมรมสื่อมวลชนพันธมิตรขึ้นเพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ประกอบกับจากการเดินทางไปทำงานข่าวในหลายจังหวัด พบว่าแต่ละจังหวัดมีหนังสือพิมพ์ของตัวเองที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และเป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคมอย่างสร้างสรรค์
เมื่อมาถึงสงขลาและพบว่า จังหวัดสงขลาไม่มีหนังสือพิมพ์ในคอนเซ็ปต์ที่ตัวเองคิด จึงได้พูดคุยกับเพื่อนในผู้จัดการรายวันด้วยกัน พร้อมทั้งเพื่อนที่ทำงานหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ แนวหน้า ตลอดจนนักธุรกิจบางคนว่า จังหวัดสงขลาน่าจะมีหนังสือพิมพ์ดีๆ สักเล่มหนึ่ง รายสัปดาห์ หรือ รายวัน ที่มีบทบาทต่อสังคม ไม่ใช่หนังสือพิมพ์รายหวยเหมือนที่มีอยู่ทั่วๆ ไป เราน่าจะทำกันได้ แต่เนื่องจากแต่ละคนติดภารกิจประจำจากการทำผู้จัดการรายวัน และกรุงเทพธุรกิจเช็คชั่นภาคใต้ จึงได้แต่คุยกัน
ความคิดในการทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นได้ภาพที่ชัดเจนขึ้น ในโอกาสที่ได้ร่วมงานเสวนาบทบาทหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ที่โรงแรมหาดแก้ว ปริ้นเซส ซึ่งครั้งนั้นได้รับทราบบทบาทของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นระดับมลรัฐของอเมริกา ที่คนของเขาจะให้ความสำคัญไม่ต่ำกว่าหนังสือระดับชาติอย่าง U.S.A.Today
พวกเราที่คิดกันเคยได้ข้อสรุปร่วมกัน ถึงขนาดเตรียมการไปขอหัวหนังสือพิมพ์ครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อไป เมื่อพบว่ายังไม่พร้อมที่จะทำ และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็น
จนกระทั่งเมื่อหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ภาคใต้ ได้ปิดดำเนินการประมาณเดือนสิงหาคม ๒๕๔๐ ซึ่งก่อนหน้านั้นผู้จัดการรายวัน เช็คชั่นภาคใต้ได้หยุดไปก่อนแล้ว
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เราคิดว่า สังคมนี้กำลังจะขาดสื่อสิ่งพิมพ์ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังตกต่ำลง และเดินไปสู่ภาวะวิกฤติ
ความคิดในการทำหนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลา จึงเกิดขึ้น ท่ามกลางการทักท้วงของเพื่อนฝูง ผู้ใหญ่ในวงการที่เคยทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ว่าทำไปก็เจ็บตัว หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไม่เคยอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง และคนที่ทำให้อยู่รอดได้ไม่ใช่บุคลิกเช่นคุณ
บางคนถึงกับบอกว่า คุณไม่เลวพอที่จะทำเช่นนั้นได้ ยิ่งทำไปจะยิ่งเจ็บตัว จะมีหนี้สินมากขึ้นทุกวัน ยิ่งภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ไม่มีทางทำได้ คำเตือนของทุกคนทำให้เราก้าวเดินอย่างระมัดระวัง
ท่ามกลางการคัดค้าน เรามีผู้ที่เห็นความสำคัญของ "สื่อ" และเห็นว่าสังคมนี้ใหญ่พอที่จะมีหนังสือพิมพ์ของตัวเองได้ เราจึงได้ระดมทุน ก่อตั้งบริษัท เดอะ โฟกัส ครีเอชั่น จำกัด ขึ้นมา และเริ่มทำ "หนังสือพิมพ์ โฟกัสสงขลา" ตั้งแต่ฉบับแรก เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ เป็นต้นมา

ในฐานะพนักงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารส่วนย่อยระดับภาค ซึ่งรับผิดชอบศูนย์ข่าวภาคใต้ และเห็นความล้มเหลวในการลงมาทำหนังสือพิมพ์เช็คชั่นภาคใต้ของผู้จัดการรายวัน ประกอบกับบริษัทอยู่ในภาวะวิกฤติ ส่วนหนึ่งของความคิดในการทำโฟกัสสงขลา คือการวางรากฐานให้ผู้จัดการรายวันกลับลงมาในท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่ง
จึงเสนอขออนุมัติโครงการจากผู้บังคับบัญชา และกันหุ้น 25% ของทุนจดทะเบียนไว้ให้บริษัท พร้อมทั้งคิดว่าในฐานะพนักงานของผู้จัดการรายวัน กับโฟกัสสงขลาเราจะทำงานควบคู่กันไปได้ ขณะเดียวกันก็เสริมทีมงานใหม่ขึ้นมา โดยเฉพาะทางด้านการตลาด คอมพิวเตอร์กราฟฟิค ซึ่งคิดว่าในอนาคตหากผู้จัดการจะขยายการตลาดก็ไม่มีสิทธิ์จะเกิดได้ เพราะการทำหนังสือพิมพ์ต้นทุนสูงมาก อันนี้ไม่ต้องพูดถึงการลงทุนขั้นต้น เครื่องมืออุปกรณ์สำนักงาน ค่าใช้จ่ายประจำวัน
เมื่อผู้บริหารระดับสูงของผู้จัดการรายวันเปลี่ยน นโยบายเปลี่ยน พวกเราจึงได้ตัดสินใจ นำทีมออกจากผู้จัดการรายวัน เพื่อเดินหน้า โฟกัสสงขลา ต่อสู้ในโลกกว้างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2541 เป็นต้นมา
ทั้งๆ ที่พนักงานของผู้จัดการรายวัน ยังสามารถอยู่ที่เดิมได้ โดยไม่ต้องมาเสี่ยงแต่พวกเราคิดว่า มาถึงวันนี้ โฟกัสสงขลา คือตัวเรา มากกว่าผู้จัดการรายวัน
จากเดือนพฤศจิกายน 2540 - มกราคม 2541 กว่า 14 เดือนที่หนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลา เปิดดำเนินการมาเราเชื่อมั่นว่า เราได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมจังหวัดสงขลา และภาคใต้แล้ว
เราได้ทำหน้าที่ของสื่อ ที่มีบทบาท และเป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคมได้ระดับหนึ่ง แม้ว่ายังไม่ดีนัก
แม้ว่าในทางธุรกิจ หนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลาจะขาดทุนมาโดยตลอด แต่ด้วยความเชื่อมั่นของผู้อ ่านที่ยอดจำหน่ายผ่านเอเย่นต์ และยอดสมาชิกเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่ระบบการตลาดของเรายังไม่ดีนัก เนื่องจากคนที่ทำงานไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านการตลาด ทุกคนเคยผ่านเพียงงานข่าว แต่เราก็พยามปรับปรุงการทำงาน เพื่อทำให้ยอดขายหนังสือ สมาชิก และโฆษณาเพิ่มขึ้น เพื่อให้หนังสือพิมพ์อยู่รอดให้ได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้
แน่นอนที่สุดการจัดกิจกรรมทุกครั้งนอกจากจะเสริมบทบาท และเผยแพร่ชื่อเสียงของโฟกัสสงขลาแล้ว เรายังหวังว่าจะรายได้มาหล่อเลี้ยงตัวเอง เพราะตระหนักดีว่า การหาโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ทำให้หนังสือพิมพ์อยู่ได้นั้นเป็นไปได้ยากมาก
ในอนาคต โฟกัสสงขลา จะอยู่รอดได้หรือไม่ นอกจากการยึดมั่นในอุดมการณ์ของหนังสือพิมพ์ที่ดีแล้วการตอบสนองจากผู้อ่าน กลุ่มธุรกิจที่ลงโฆษณาย่อมมีส่วนสำคัญมากที่สุด

หากจะนับเวลาที่ โฟกัสสงขลา ปรากฏขึ้นบนพื้นพิภพ จาก 10 พฤศจิกายน 2540 ฉบับปฐมฤกษ์ จนถึง 31 มกราคม 2542 วันเปิดป้ายสำนักงานอย่างเป็นทางการ
โฟกัสสงขลา ยืนเป็นสนต้องลมมาแล้วประมาณ 14 เดือน
เป็น 14 เดือนแห่งการต่อสู้ที่สาหัสสากรรจ์ยิ่ง สำหรับชีวิตของคนหนุ่มสาว ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานกันเพียงไม่กี่ปี ประสบการณ์ยังไม่มากนัก
จากจุดกำเนิดที่เริ่มต้นโดยการระดมทุนได้กว่า 200,000 บาท หากประเมินจากค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนั้นแฝงค่าใช้จ่ายหลายส่วนไว้กับผู้จัดการรายวัน โฟกัสสงขลาจะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนเท่นั้น
ด้วยคำตักเตือนจากผู้มีประสบการณ์หลายคน ประกอบกับการประเมินถึงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นทำให้แกนนำทั้ง 3 คนได้คิดร่วมกันว่า จะต้องหาโฆษณาแบบเมนสปอนเซอร์ ที่สามารถต่อคอนเน็คชั่นได้มาช่วยลงโฆษณายาว ในราคาไม่แพงอย่างต่อเนื่องรายละ 3 หรือ 6 เดือนจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นหลักประกันให้โฟกัสสงขลา อยู่รอดได้ในระยะแรกอย่างน้อย 6 เดือน
พร้อมกันนั้นจะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายทุกรูปแบบ ทั้งต่อรองค่าพิมพ์หนังสือให้ถูกที่สุด การรับผลตอบแทนในอัตราที่ต่ำมากของทีมงานทุกคน การบาร์เตอร์โฆษณาสำหรับสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงาน เช่น ฟิล์มล้างอัดรูปภาพ
และนั่นคือนโยบายในการทำงานที่ใช้มาตลอด และเข้มงวดตลอดเวลา
พฤศจิกายน 2540 เป็นเดือนที่การทำงานขลุกขลักที่สุด นอกจากความไม่ลงตัวในการทำงานทุกเรื่องแล้ว แกนนำทั้งสองคนมีภาระส่วนตัวที่ต้องแบ่งเวลาให้กับครอบครัว เพราะเพิ่งจะมีลูกสาวคนแรกทั้ง ก่อเกียรติ เขียวแป้น ที่ น้องฟาง ลูกสาวคลอดในวันเดียวกับหนังสือพิมพ์ฉบับปฐมฤกษ์วางแผง 10 พฤศจิกายน 2540 ถัดมาอีก 20 วัน น้องพิม ของ ประสาน สุกใส ก็ลืมตาดูโลกเช่นกัน
การทำงานซึ่งไม่มีวันหยุด สมองที่ไม่ได้หยุดพักในการคิดเพื่อทำงานให้ดีที่สุด คิดหาช่องทางหารายได้มาพยุงให้อยู่รอด รวมทั้งคิดหากิจกรรม เพื่อเสริมบทบาทหนังสือพิมพ์ให้เป็นสื่อของชุมชน และประชาสัมพันธ์หนังสือพิมพ์ให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งทั้งหมดต้องแข่งกับเวลา และการเงินซึ่งถือว่ามีน้อยมาก
ย่อมไม่แปลกที่สังคมสงขลาจะเห็น โฟกัสสงขลา จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 ครั้งทั้งได้เงิน เสียเงิน และได้กล่อง หรือบางครั้งอาจจะได้อะไรที่ไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะการทำงานที่ผิดพราด และอ่อนประสบการณ์
พฤษภาคม 2541 ผู้จัดการรายวัน ไม่สามารถจะทนกับภาวะวิกฤติได้ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเกิดขึ้นพร้อมกับนโยบายลดพนักงาน และให้เลิกทำหนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลา จากเดิมที่ผู้บริหารชุดเก่า มีความคิดที่จะร่วมถือหุ้นกับ โฟกัสสงขลา
หากจะนับเวลาที่ โฟกัสสงขลา ปรากฏขึ้นบนพื้นพิภพ จาก 10 พฤศจิกายน 2540 ฉบับปฐมฤกษ์ จนถึง 31 มกราคม 2542 วันเปิดป้ายสำนักงานอย่างเป็นทางการ
โฟกัสสงขลา ยืนเป็นสนต้องลมมาแล้วประมาณ 14 เดือน
เป็น 14 เดือนแห่งการต่อสู้ที่สาหัสสากรรจ์ยิ่ง สำหรับชีวิตของคนหนุ่มสาว ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานกันเพียงไม่กี่ปี ประสบการณ์ยังไม่มากนัก
จากจุดกำเนิดที่เริ่มต้นโดยการระดมทุนได้กว่า 200,000 บาท หากประเมินจากค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนั้นแฝงค่าใช้จ่ายหลายส่วนไว้กับผู้จัดการรายวัน โฟกัสสงขลาจะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนเท่นั้น
ด้วยคำตักเตือนจากผู้มีประสบการณ์หลายคน ประกอบกับการประเมินถึงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นทำให้แกนนำทั้ง 3 คนได้คิดร่วมกันว่า จะต้องหาโฆษณาแบบเมนสปอนเซอร์ ที่สามารถต่อคอนเน็คชั่นได้มาช่วยลงโฆษณายาว ในราคาไม่แพงอย่างต่อเนื่องรายละ 3 หรือ 6 เดือนจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นหลักประกันให้โฟกัสสงขลา อยู่รอดได้ในระยะแรกอย่างน้อย 6 เดือน
พร้อมกันนั้นจะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายทุกรูปแบบ ทั้งต่อรองค่าพิมพ์หนังสือให้ถูกที่สุด การรับผลตอบแทนในอัตราที่ต่ำมากของทีมงานทุกคน การบาร์เตอร์โฆษณาสำหรับสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงาน เช่น ฟิล์มล้างอัดรูปภาพ
และนั่นคือนโยบายในการทำงานที่ใช้มาตลอด และเข้มงวดตลอดเวลา
พฤศจิกายน 2540 เป็นเดือนที่การทำงานขลุกขลักที่สุด นอกจากความไม่ลงตัวในการทำงานทุกเรื่องแล้ว แกนนำทั้งสองคนมีภาระส่วนตัวที่ต้องแบ่งเวลาให้กับครอบครัว เพราะเพิ่งจะมีลูกสาวคนแรกทั้ง ก่อเกียรติ เขียวแป้น ที่ น้องฟาง ลูกสาวคลอดในวันเดียวกับหนังสือพิมพ์ฉบับปฐมฤกษ์วางแผง 10 พฤศจิกายน 2540 ถัดมาอีก 20 วัน น้องพิม ของ ประสาน สุกใส ก็ลืมตาดูโลกเช่นกัน
การทำงานซึ่งไม่มีวันหยุด สมองที่ไม่ได้หยุดพักในการคิดเพื่อทำงานให้ดีที่สุด คิดหาช่องทางหารายได้มาพยุงให้อยู่รอด รวมทั้งคิดหากิจกรรม เพื่อเสริมบทบาทหนังสือพิมพ์ให้เป็นสื่อของชุมชน และประชาสัมพันธ์หนังสือพิมพ์ให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งทั้งหมดต้องแข่งกับเวลา และการเงินซึ่งถือว่ามีน้อยมาก
ย่อมไม่แปลกที่สังคมสงขลาจะเห็น โฟกัสสงขลา จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 ครั้งทั้งได้เงิน เสียเงิน และได้กล่อง หรือบางครั้งอาจจะได้อะไรที่ไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะการทำงานที่ผิดพราด และอ่อนประสบการณ์
พฤษภาคม 2541 ผู้จัดการรายวัน ไม่สามารถจะทนกับภาวะวิกฤติได้ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเกิดขึ้นพร้อมกับนโยบายลดพนักงาน และให้เลิกทำหนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลา จากเดิมที่ผู้บริหารชุดเก่า มีความคิดที่จะร่วมถือหุ้นกับ โฟกัสสงขลา



